ประชุมคณะกรรการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ณ ห้องปลายพระยา ศาลากลางจังหวัดกระบี่

  • artical100164
  • artical100164_1
  • artical100164_2
  • artical100164_3
  • artical100164_4
  • artical100164_5
  • artical100164_6
  • artical100164_7
  • artical100164_8
  • artical100164_9
ผวจ.กระบี่ สั่งทุกหน่วยเข้มผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ต้องบันทึกข้อมูลในระบบ QT14 มีหนังสือรับรองความจำเป็นในการเดินทาง ทั้งขาเข้าและออก เพื่อติดตามตัวได้ตลอดเวลา
12 มกราคม 2564 เวลา 13.30 น. พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 2/2564 โดยมี นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา นายอุนวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พ.อ.สมบัติ สืบท้วม รอง ผอ.รมน.จ.กระบี่ นายแพทย์วิทยา วัฒนเรืองโกวิท นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ นายแพทย์สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ เข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 128 และ ของจังหวัดกระบี่ ได้กำหนดให้ ผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่หรือเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดกระบี่ จัดทำเอกสารรับรองความจำเป็น ในการเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำทุกหน่วยได้มีความเข้มในการปฏิบัติงานคัดกรอง ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามาจากพื้นที่ดังกล่าวจะมีการจัดช่องทางสำหรับการเดินทาง และเก็บเชื้อส่งตรวจเมื่อเดินทางถึงที่พักแล้ว และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ทุกคน ได้บันทึกข้อมูลลงทะเบียนผ่านระบบ QT14 ที่ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเตือนเป็นพิเศษสำหรับผู้มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หากไม่ได้ลงผ่านระบบจะต้องกรอกรายละเอียดในเอกสารที่เจ้าหน้าที่จัดทำเตรียม อาจทำให้เสียเวลา และไม่สะดวกนัก แต่ถ้าลงทะเบียนล่วงหน้า เจ้าหน้าที่จะได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวก เพียงแสดงรายละเอียดยืนยันการลงทะเบียนผ่านหน้าจอ Smart Phone เท่านั้น ส่วนผู้ที่ถูกกักกันตัวตามสถานที่กักกันตัวที่กำหนด ให้นำหนังสือรับรองคยามจำเป็นจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ มาแสดงด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ยังได้กล่าวเน้นย้ำเพิ่มเติมในการตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัดเส้นทางคมนาคม ทุกเส้นทาง ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ หน่วยงานทุกหน่วยจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ส่วนการเตรียมแผนรองรับให้จัดหาโรงพยาบาลสนามสำรองเพิ่มเติม แม้อาจไม่จำเป็นต้องใช้ถ้าหากทุกฝ่ายมีการตรวจตราและสกัดกั้นอย่างเง้มงวด แต่เพื่อความไม่ประมาท ขณะนี้ได้มีการเตรียมไว้มากกว่า 200 เตียง และจะต้องหาไว้เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้